โรคติดพนัน พิษร้าย หายนะชีวิต
สิ่งที่เป็นปัญหาเริ่มจากการมีส่วนทำให้เกิดแรงจูงใจในการอยากเล่น อยากลอง อยากเสี่ยงโชคของเด็ก ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่มีการควบคุมดูแล จากพฤติกรรมแค่ทดลองเพื่อความสนุก ก็อาจพัฒนาไปจนถึงขั้นเป็นโรคติดการพนัน ในอนาคต เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่
ลักษณะอาการของผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคติดพนัน ซึ่งน่าจะลำดับให้เห็นกันเป็นข้อๆ อีกครั้ง กล่าวคือเด็กที่เข้าข่ายมีอาการจากจิตใจต่อเนื่องถึงพฤติกรรม ว่าจะเป็นโรคติดพนัน จะมีลักษณะ 9 ข้อ หลักๆ ดังนี้คือ.....
1.มีพฤติกรรมคิดหมกมุ่นในเรื่องการพนันอยู่ตลอดเวลา
2.พบ ว่ามีการเพิ่มปริมาณความถี่ในการเล่นพนันหรือเพิ่มจำนวนเงินเล่นพนันขึ้นเรื่อยๆ
3.มีความคิดที่พยายามจะหยุด ลด ละ เลิกเล่นพนัน หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
4.ใช้การเล่นพนันเป็นทางออกในการหนีปัญหา
5.แม้ว่าจะเล่นพนันเสียจนเป็นหนี้ แต่ก็จะใช้วิธีเล่นพนันเพิ่มขึ้นเพราะหวังได้เงินใช้หนี้
6.มักพูดปด ปกปิด เพื่อนหรือคนในครอบครัว
7.ทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อนำเงินมาเล่นพนัน
8.มีปัญหาสัมพันธภาพกับเพื่อนและครอบครัว
9.ขอยืมเงินผู้อื่นเพื่อไปจ่ายหนี้พนัน
"ผลกระทบจากการติดการพนัน สามารถทำให้เกิดปัญหา ต่างๆ ได้อีกมากมาย จนอาจจะนำไปสู่การตัดสินใจแก้ปัญหาแบบผิดๆ ได้ ปัญหา “สลากพนัน” นี้แม้จะเกิดขึ้นในระดับเล็ก แต่ถ้าถูกปล่อยทิ้งไว้นานวัน โดยไม่มีหน่วยงานใดสอดส่องดูแลและตรวจสอบ-แก้ไข "อาจจะบานปลายสร้างปัญหาสังคมที่ใหญ่ขึ้นได้ !!"
"เพราะแม้การชิงโชคจากสลากประเภทนี้จะมีมูลค่าไม่มาก เมื่อเทียบกับปัญหาด้านอื่นๆ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการชักจูงและเชื่อมโยงเด็กและเยาวชนให้ก้าวเดินไปสู่ปัญหาอื่นๆ ต่อไปในอนาคต"
ทั้งนี้กับเรื่องของ “โรคติดพนัน" นั้น นพ.ทวีศิลป์ ยังเคยให้ความรู้ความเข้าใจต่อสังคมไว้ในวาระอื่นด้วยว่า... สถิติสากลในภาพรวมเกี่ยวกับโรคติดพนัน พบว่าประมาณร้อยละ 3 ของประชากรทั่วไปเป็นโรคติดการพนัน ซึ่งอาจจะดูเป็นตัวเลขที่น้อย แต่สิ่งที่น่ากลัวคือตัวเลขขยับขึ้นในช่วงวัยของเด็กที่โตเป็นวัยรุ่นเยอะขึ้น คือร้อยละ 8 ของวัยรุ่นทั่วไปเป็นโรคติดการพนัน ซึ่งในต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานานแล้ว
ภาพรวมทุกประเทศยังขนาดนี้...แล้วในไทยจะขนาดไหน
อย่าลืมว่าคนไทยเราเองก็ยอมรับว่า "คนไทยชอบพนัน"
ลักษณะอาการของผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคติดพนัน ซึ่งน่าจะลำดับให้เห็นกันเป็นข้อๆ อีกครั้ง กล่าวคือเด็กที่เข้าข่ายมีอาการจากจิตใจต่อเนื่องถึงพฤติกรรม ว่าจะเป็นโรคติดพนัน จะมีลักษณะ 9 ข้อ หลักๆ ดังนี้คือ.....
1.มีพฤติกรรมคิดหมกมุ่นในเรื่องการพนันอยู่ตลอดเวลา
2.พบ ว่ามีการเพิ่มปริมาณความถี่ในการเล่นพนันหรือเพิ่มจำนวนเงินเล่นพนันขึ้นเรื่อยๆ
3.มีความคิดที่พยายามจะหยุด ลด ละ เลิกเล่นพนัน หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
4.ใช้การเล่นพนันเป็นทางออกในการหนีปัญหา
5.แม้ว่าจะเล่นพนันเสียจนเป็นหนี้ แต่ก็จะใช้วิธีเล่นพนันเพิ่มขึ้นเพราะหวังได้เงินใช้หนี้
6.มักพูดปด ปกปิด เพื่อนหรือคนในครอบครัว
7.ทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อนำเงินมาเล่นพนัน
8.มีปัญหาสัมพันธภาพกับเพื่อนและครอบครัว
9.ขอยืมเงินผู้อื่นเพื่อไปจ่ายหนี้พนัน
"ผลกระทบจากการติดการพนัน สามารถทำให้เกิดปัญหา ต่างๆ ได้อีกมากมาย จนอาจจะนำไปสู่การตัดสินใจแก้ปัญหาแบบผิดๆ ได้ ปัญหา “สลากพนัน” นี้แม้จะเกิดขึ้นในระดับเล็ก แต่ถ้าถูกปล่อยทิ้งไว้นานวัน โดยไม่มีหน่วยงานใดสอดส่องดูแลและตรวจสอบ-แก้ไข "อาจจะบานปลายสร้างปัญหาสังคมที่ใหญ่ขึ้นได้ !!"
"เพราะแม้การชิงโชคจากสลากประเภทนี้จะมีมูลค่าไม่มาก เมื่อเทียบกับปัญหาด้านอื่นๆ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการชักจูงและเชื่อมโยงเด็กและเยาวชนให้ก้าวเดินไปสู่ปัญหาอื่นๆ ต่อไปในอนาคต"
ทั้งนี้กับเรื่องของ “โรคติดพนัน" นั้น นพ.ทวีศิลป์ ยังเคยให้ความรู้ความเข้าใจต่อสังคมไว้ในวาระอื่นด้วยว่า... สถิติสากลในภาพรวมเกี่ยวกับโรคติดพนัน พบว่าประมาณร้อยละ 3 ของประชากรทั่วไปเป็นโรคติดการพนัน ซึ่งอาจจะดูเป็นตัวเลขที่น้อย แต่สิ่งที่น่ากลัวคือตัวเลขขยับขึ้นในช่วงวัยของเด็กที่โตเป็นวัยรุ่นเยอะขึ้น คือร้อยละ 8 ของวัยรุ่นทั่วไปเป็นโรคติดการพนัน ซึ่งในต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานานแล้ว
ภาพรวมทุกประเทศยังขนาดนี้...แล้วในไทยจะขนาดไหน
อย่าลืมว่าคนไทยเราเองก็ยอมรับว่า "คนไทยชอบพนัน"

เราควรชวนคนที่มกมุ้นในการพนันให้หันมาออกกำลังกายจะได้ไม่เอาเวลาว่างไปเล่นการพนัน
ตอบลบ