สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีการแถลงข่าว “พนันบอล พนันชีวิต” โดย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผอ.สถาบันรามจิตติ กล่าวว่า โครงการเฝ้าระวังเด็ก Child Watch กล่าวว่า การศึกษาข้อมูลการเล่นพนันฟุตบอลของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ในปี 2549 เปรียบเทียบกับปี 2550 พบ เด็กทุกระดับเล่นพนันบอลเพิ่มขึ้น ประถมศึกษาจาก 5.46% เป็น 6.03% มัธยมต้น10.39%เป็น 13.30% มัธยมปลาย 14.80% เป็น 15.88% อาชีวศึกษา 17.88% เป็น 18.21%มีเพียงอุดมศึกษาที่ลดลงเล็กน้อยจาก 17.10% เป็น 16.45% เฉลี่ยปี 2550 มีเด็กไทยเล่นพนันบอล 13.84% โดยจำแนกเป็นชาย 21.78% หญิง 5.82%
“ภาคที่มีเยาวชนเล่นพนันบอลมากที่สุดคือ อันดับ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 16.74 2. ภาคเหนือตอนล่าง ร้อยละ 15.40 3. กทม.และปริมณฑล ร้อยละ15.07 4. ภาคกลาง ร้อยละ 14.05 5. ภาคตะวันออก ร้อยละ 12.09 งานวิจัยของนิสิตจุฬา” พบ สาเหตุที่ทำให้เด็กเล่นพนันบอล คือ 1.ตามเพื่อนหรือคนรู้จัก 2.อยากได้เงิน3.อยากลอง 4.สภาพแวดล้อม ยิ่งช่วงเทศกาลอย่างบอลโลก หรือบอลยูโร เด็กจะเข้าไปสู่วังวนการพนันได้มากขึ้น 2 เท่าตัว ซึ่งสถิติที่พบและช่องทางการเล่นที่มากขึ้น เชื่อว่าปีนี้จะมีเด็กที่เล่นพนันบอลจะมีเพิ่มขึ้น” ดร.อมรวิชช์ กล่าว
ดร.อมรวิชช์ กล่าวอีกว่า 10 สัญญาณอันตรายที่ชี้ให้เห็นว่าบุตรหลานอาจติดพนันบอลคือ 1.อดหลับ อดนอน ไม่พลาดแม้แต่คู่เดียว แม้จะดึกแค่ไหน 2.เชียร์ทุกคู่แม้ไม่รู้จัก 3.มีอาการลับๆ ล่อๆ เวลาคุยโทรศัพท์ ใช้ภาษาแปลกๆ เช่น ลูกครึ่ง ครึ่งควบลูก4.พกหนังสือพิมพ์กีฬา คัมภีร์แทงบอลติดตัว 5. ไม่ใช้เงินตามปกติ ไม่กิน เก็บเงินแทงบอล 6.เงินเริ่มขาดมือ ขอยืมทุกคน ทั้งเพื่อนสนิท ไม่สนิท ญาติ พี่ น้อง 7.ของที่เคยมี มือถือ นาฬิกา กล้องถ่ายรูป หายไป และอาจนำของในบ้านไปขายหรือจำนำ 8.ซึม เศร้า เครียด เวลาทีมที่เชียร์แพ้แม้จะไม่ใช่ทีมที่ชอบ 9.รวยผิดปกติ ใช้เงินมากกว่าที่เคยมี เช่น เปลี่ยนมือถือใหม่ เลี้ยงเพื่อนฝูง กินเที่ยวไม่ยั้ง 10.ถูกข่มขู่ โดนตามทวงหนี้ มีคนแปลกหน้ามาตามหา
ท่านคิดว่าเป็นเพราะอะไรที่ค่าตัวเลขเด็กไทยที่ติดพนันถึงขยับขึ้นมากมายขนาดนี้